คลินิกมูลค่าทรัพย์สิน



ผสมผสานกับการเป็นตัวแทนนายหน้า

จากประสพการณ์การประเมินราคาทรัพย์สินมายาวนานของโปรสเปค บวกกับการเก็บรวบรวมข้อมูลราคาประเมินที่ดินอาคารที่มีการเสนอขายและซื้อขายจำนวน มาก วันนี้เราพร้อมที่จะคืนประโยชน์สู่สังคมในรูปแบบของ การให้คำปรึกษาด้านมูลค่าทรัพย์สินเป็นการให้บริการกลับคืนสู่สาธารณะ ในค่าบริการที่ถูกกว่าก่อนที่จะต้องเสียค่าบริการประเมินเต็มรูปแบบ

หลักสูตรประเมินราคาของโปรสเปค ได้มีการออกแบบไว้ 2 ระดับดังนี้ ซึ่งเราเรียกว่า Desktop Valuation คือการประเมินราคาทรัพย์สินภายในสำนักงานภายใต้ข้อมูลสนับสนุนที่พอเพียงและมากพอ ท่านที่ต้องการทราบราคาประเมินที่ดิน ต้องการทราบราคาประเมินบ้านพร้อมที่ดิน ราคาประเมินที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ต้องการทราบราคาประเมินห้องชุด คอนโดมิเนียม หรือต้องการทราบราคาที่ดินโรงงาน-โกดัง อพาร์ทเมนท์ หอพัก เป็นต้น โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลราคาซื้อขายที่ดินอาคารตามท้องตลาด

ต้องการเข้าคลีนิคปรึกษามูลค่าทรัพย์สินจาก เรา ก็สามารถทำนัดได้ 2 ทาง คือ

กรอกข้อมูลรายละเอียดทรัพย์สินตามแบบฟอร์มให้ครบถ้วน โดยคลิ๊กที่นี่
ทำนัดผ่านสายด่วน โทร 089-230-1694,081-499-7266 เพื่อนัดหมายและเตรียมการ

การเตรียมข้อมูล

เพื่อให้การวิเคราะห์ราคาประเมินทรัพย์สินทำได้แม่นยำมากขึ้น ให้ผู้ที่ต้องการทราบมูลค่าทรัพย์สิน จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับตัวอาคารและสิ่งปลูกสร้างไว้ให้พร้อมที่สำคัญคือ
1. ภาพถ่ายอาคารภายใน-ภายนอก
2. ขนาดพื้นที่อาคารเป็นตารางเมตร ถ้ามีแปลนพื้นอาคารให้ถ่ายภาพแนบมาประกอบจะง่ายขึ้น ถ้าหากเป็นที่ดินเปล่าเพียงมีสำเนาโฉนดก็เพียงพอ

การเข้าคลีนิคประเมินราคา

ผู้ต้องการทราบราคาประเมินสามารถนัดหมายเข้ารับคำปรึกษามูลค่าทรัพย์สินได้ตามสำนักใหญ่และสำนักงานสาขาของบริษัท ที่ใกล้ที่สุด ตลอดจนห้องประชุมในระบบ Virtual Cloud ที่อำนวยความสะดวกในทุกที่ทุกเวลา

ค่าบริการคลีนิคประเมินราคา

ค่าบริการประเมินราคาเริ่มต้นที่ 1,800 บาท สำหรับทรัพย์สินประเภทที่อยู่อาศัยรายย่อย 1 รายการ ทรัพย์สินที่มีขนาดใหญ่กว่า หรือที่ดินยังไม่พัฒนาขอแจ้งให้ทราบเป็นครั้งไป กรณีที่ต้องการเป็นหนังสือรับรองราคาประเมินจากคลินิก บวกเพิ่ม 700 บาทต่อรายการทรัพย์สิน

เงื่อนไขข้อจำกัดของมูลค่าทรัพย์สิน

ราคาประเมินทรัพย์สินจากคลีนิค มีข้อจำกัดในด้านรายละเอียดทรัพย์สินผู้รับคำปรึกษาเป็นผู้รับรองรายละเอียดทรัพย์สินโดยเฉพาะตัวอาคาร ผู้ให้คำปรึกษาเป็นผู้รวบรวมข้อมูลจากที่ได้รับยืนยันร่วมกับข้อมูลที่มีภายในสำนักงานที่มีอยู่เพียงพอ โดยที่ผู้ให้คำปรึกษามิได้ไปสำรวจตรวจสอบหรือได้เห็นสภาพทรัพย์สินที่แท้จริง อีกทั้งไม่ทราบถึงภาระผูกพันของทรัพย์สินที่อาจมี และตรวจสอบได้ภายหลัง ดังนั้นการนำรายงานไปใช้ควรเป็นลักษณะของการใช้ศึกษาแนวทางและก่อนที่จะ ทำนิติกรรมใดใดควรให้มีการจัดทำรายงานประเมินเต็มรูปแบบเพื่อเป็นการยืนยันตัวแปรต่างๆในสถานที่จริงนั้นถูกต้อง ซึ่งถ้าหากข้อมูลบางตัวคลาดเคลื่อนก็จะทำให้ราคาทรัพย์สินปรับเปลี่ยนตามได้